โบว์ไว้อาลัย
แชทกับเรา
คลิกเลย
💬 ผู้ช่วยญาดา

ระบบถาม-ตอบอัตโนมัติ

พร้อมให้บริการ
กำลังโหลด...
X
อบต.แดงใหญ่
อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น
สถานที่สำคัญ-ท่องเที่ยว
วัดหนองแวง พระอารามหลวง พระมหาธาตุ 9 ชั้น

วัดหนองแวงเดิมชื่อวัดเหนือสร้างเมื่อพศ. 2332 พร้อมกับวัดกลางและวัดธาตุ(วัดใต้) โดยท้าวเพียเมืองแพนอยู่ติดกับบึงแก่นนครบึงบอนได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อปีพศ 2442 ในสมัยพระนครศรีบริรักษ์ (อู๋) เป็นเจ้าเมืองขอนแก่น ต่อมาในวันที่ 27 สิงหาคมพ.ศ 2527 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา พร้อมทรงพระกรุณาโปรดเกล้ายกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวง พระมหาธาตุแก่นนครได้สร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี และเป็นวาระมหามังคลานุสรณ์ 200 ปีเมืองขอนแก่น เป็นลักษณะเจดีย์ 9 ชั้น ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ 50 เมตร เรือนยอดเป็นทรงเจดีย์จำลองแบบจากพระธาตุขามแก่น โดยในแต่ละชั้นมีลักษณะและการใช้ประโยชน์แตกต่างกันคือ

ชั้นที่ 1 เป็นห้องโถงใช้เป็นที่ประชุมสงฆ์และประกอบพิธีทางศาสนาตรงกลาง เป็นบุษบกประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุ มี พระประธานอยู่ตรงกลางโถ บานประตูหน้าต่างแกะสลักเป็นภาพนิทานเรื่องจำปาสี่ต้นและมีภาพจิตรกรรมฝาผนังประวัติเมืองขอนแก่น

ชั้นที่ 2 เป็นห้องพัก บานประตูหน้าต่างแกะสลักเป็นนิทานเรื่องสังข์ศิลป์ชัยมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเน้นเรื่อง การคะลำ หมายถึงข้อห้ามต่างๆตามขนบธรรมเนียม อีสาน

ชั้นที่ 3 เป็นหอปริยัติ บานประตูหน้าต่างแกะสลัก เป็นภาพนิทานเรื่องนางผมหอม

ชั้นที่ 4 เป็นหอปริยัติธรรม และพิพิธภัณฑ์รวบรวมของเก่าแก่ของใช้โบราณ บานประตูหน้าต่างแกะสลักเป็นรูปพระประจำวันเกิด เทพประจำทั้ง 4 ทิศ

ชั้นที่ 5 เป็นหอพิพิธภัณฑ์อัฐบริขาร ของหลวงปู่พระครูปลัดบุษบา สัมมโน เจ้าอาวาสวัดหนองแวงบานประตูหน้าต่างแกะสลักเป็นภาพชาดก

ชั้นที่ 6 เป็นหอพระอุปัชฌายาจารย์ บานประตูหน้าต่างแกะสลักเป็นนิทานชาดกเรื่องพระเวสสันดร

ชั้นที่ 7 เป็นหอพระอรหันต์สาวกบานประตูหน้าต่างแกะสลักเป็นนิทานชาดกเรื่องพระเตมีย์ใบ้

ชั้นที่ 8 เป็นหอพระธรรมรวบรวมคัมภีร์สําคัญทางพระพุทธศาสนาและพระไตรปิฎกบานประตูหน้าต่างแกะสลักเป็นรูปพรหม 16 ชั้น

ชั้นที่ 9 เป็นหอพระพุทธ ตรงกลางมีบุษบกที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ของพระพุทธเจ้าบานประตูหน้าต่างเป็นรูปพรหม 16 ชั้น และมีระเบียงภายนอกเดินรอบได้เพื่อชมทัศนียภาพเมืองขอนแก่น

วัดพระธาตุขามแก่น

ตั้งอยู่ในวัดเจติยภูมิ ตำบลบ้านขาม สร้างขึ้นประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ 25 ตามประวัติโดยย่อกล่าวว่า โมริยกษัตริย์ เจ้าเมืองโมรีย์ซึ่งเป็นเมืองอยู่ในอาณาเขตของประเทศกัมพูชา มีความประสงค์ที่จะนำพระอังคารของพระพุทธเจ้าที่พระองค์ได้ไว้เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าปรินิพพานไม่นาน มาบรรจุที่องค์พระธาตุพนม จึงโปรดให้พระอรหันต์และพระเถระเจ้าคณะ รวม 9 องค์ นำขบวนอัญเชิญพระอังคารมาในครั้งนี้ เมื่อผ่านมาถึงดอนมะขามแห่งหนึ่งซึ่งมีต้นมะขามใหญ่ที่ตายแล้ว เหลือแต่แก่น เนื่องจากเป็นเวลาพลบค่ำ และบริเวณนี้ภูมิประเทศราบเรียบดี จึงหยุดคณะพักชั่วคราว รุ่งเช้าจึงเดินทางต่อไปจนถึงภูกำพร้า ปรากฏว่าพระธาตุพนมสร้างเสร็จแล้ว จึงเดินทางกลับและตั้งใจจะนำพระอังคารธาตุกลับไปประดิษฐานไว้ที่บ้านเมืองของตน แต่เมื่อเดินทางผ่านดอนมะขามอีกครั้ง ปรากฏว่าแก่นมะขามที่ตายแล้วนั้นกลับยืนต้นแตกกิ่งก้านผลิใบเขียวชอุ่ม เป็นที่น่าอัศจรรย์ คณะอัญเชิญพระอังคารธาตุจึงพร้อมใจกันสร้างเจดีย์ครอบต้นมะขามนี้ พร้อมกับนำพระอังคารธาตุและพระพุทธรูปบรรจุไว้ในองค์พระธาตุ และให้นามว่า “พระธาตุขามแก่น” มาจนทุกวันนี้ พระธาตุขามแก่นมีลักษณะเป็นเจดีย์ สูงประมาณ 10 เมตร มีฐานเป็นรูปบัวคว่ำ ผังสี่เหลี่ยมสอบขึ้นด้านบน ปลายยอดเป็นฉัตรทอง องค์เรือนธาตุเป็นรูปดอกบัวตูม ย่อมุมไม้สิบสอง ด้านทิศตะวันออกติดกับองค์พระธาตุมีสิม หรือพระอุโบสถเก่า ซึ่งสร้างคู่กับพระธาตุมาแต่โบราณ เป็นสถาปัตยกรรมล้านช้างรูปทรงสวยงาม ลายฉลุไม้ที่หน้าบัน ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ และลายรวงผึ้งที่บริเวณซุ้มด้านหน้า ฝีมือประณีต และฝาผนังบริเวณประตูสิมมีภาพวาดฝีมือชาวบ้าน เป็นรูปตำรวจถือปืนยาวเป็นทวารบาล ปัจจุบันองค์พระธาตุขามแก่นได้รับการบูรณะจากกรมศิลปากร มีการปรับปรุงทาสีองค์พระธาตุ ขยายบริเวณกำแพงแก้วทั้งสี่ด้านและตกแต่งให้มีทัศนียภาพที่สวยงาม